vagina rejuvenation วัตกรรมใหม่ที่ออกแบบมาสำหรับแก้ไขภาวะช่องคลอดหย่อนยาน

ทุกวันนี้ผู้หญิงเราดูแลตัวเองมากขึ้นกว่าในอดีตมาก ซึ่งนอกจากจะให้ความสำคัญกับเรื่องของผิวพรรณแล้ว การดูแลสุขภาพภายในก็ใส่ใจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เรามักจะให้ความสำคัญกับอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย แต่มีอยู่ส่วนหนึ่ง ซึ่งนับว่าเป็นส่วนที่บอบบางที่สุดของผู้หญิงเราและมีความสำคัญมากต่อบทบาทของความเป็นภรรยาของสามีและการให้กำเนิดบุตร แต่ก็มักจะถูกละเลยไปและไม่ถูกกล่าวถึง เช่นเดียวกับอวัยวะส่วนอื่นๆ ในร่างกายของเรา อวัยวะที่บ่งบอกถึงความเป็นเพศแม่ ย่อมมีการเสื่อมสภาพไปตามกระบวนการชราที่ล่วงเลยไปตามวัย การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายและการให้กำเนิดบุตร ล้วนแล้วแต่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของอวัยวะดังกล่าวทั้งสิ้น ทั้งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายใน ได้แก่ ความหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อบริเวณช่องคลอด, การฉีกขาดของคอลลาเจน และอีลาสติน จากการคลอดบุตร และการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแก่ส่วนนอกของอวัยวะ ได้แก่ ความหมองคล้ำ และหย่อนคล้อยจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในแต่ละช่วงวัย ทำให้เกิดความไม่สวยงามเช่นเดียวกับเมื่ออายุยังน้อย

จนกระทั่งเมื่อได้มีการพัฒนาการรักษาด้วยศัลยกรรมเลเซอร์เทคนิคพิเศษ ที่มีชื่อว่า vagina rejuvenation ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่าง SURGICAL SKILL และ LASER เข้าด้วยกันทำให้สามารถแก้ไขปัญหาความเสื่อมสภาพที่เกิดแก่อวัยวะที่บอบบางที่สุดของเพศหญิงได้โดยไม่เสียเลือดเช่นเดียวกับการผ่าตัด และสามารถทำกิจกรรมตามปกติหลังการรักษาได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องหยุดพักงานเป็นระยะเวลานาน นอกจากนี้การใช้ Laser ยังมีความอ่อนโยนต่อเนื้อเยื่อ และมีความแม่นยำสูงกว่าการทำศัลยกรรมทั่วๆ ไปอีกด้วย ทำให้ vagina rejuvenation เป็นการรักษาที่ได้รับความนิยมจากผู้หญิงทั่วโลก
สรุปข้อดีของการทำหัตถการยกกระชับช่องคลอดด้วยเลเซอร์ vagina rejuvenation หัตถการกระชับช่องคลอดด้วยเลเซอร์ vagina rejuvenation เป็นนวัตกรรมใหม่ที่ออกแบบมาสำหรับแก้ไขภาวะช่องคลอดหย่อนยาน ซึ่งเลเซอร์ มีข้อดีดังนี้

– สามารถทำหัตถการได้อย่าง ปลอดภัย สะดวก และรวดเร็ว
– ส่งผลกระทบต่ออวัยวะข้างเคียงน้อยมาก และไม่จำเป็นต้องมีการผ่าตัด
– สามารถใช้รักษารักษาภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ เนื่องจากการไอ จามได้
– สามารถทำให้เกิดความพึงพอใจ จากการมีเพศสัมพันธ์เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
– กระชับและฟื้นฟูความยืดหยุ่นของช่องคลอด และเพิ่มคุณภาพของการถึงจุดสุดยอด
– เป็นการรักษาที่สามารถขจัดปัญหาเรื่องของภาวะแทรกซ้อนต่างๆที่พบในการรักษาด้วยวิธีการผ่าตัด
– หลังการรักษาด้วยเลเซอร์ vagina rejuvenation นี้ ผู้เข้ารับบริการสามารถทำกิจกรรมทางกายภาพได้ตามปกติ โดยไม่ต้องมีระยะพักฟื้น และจะไม่ได้รับความเจ็บปวดใดๆทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตามหัตถการ vagina rejuvenation มีข้อจำกัด เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการช่องคลอดหย่อนยานไม่มากนัก และผู้ที่มีภาวะไอ จามปัสสาวะเล็ดที่มีอาการไม่รุนแรง เลเซอร์ vagina rejuvenation ไม่เหมาะสำหรับหญิงผู้มีบุตรหลายคนและผู้ที่มีภาวะไอ จามปัสสาวะเล็ดที่มีอาการรุนแรง

โรคภูมิแพ้อากาศนับวันยิ่งเป็นกันมากขึ้น

โรคภูมิแพ้อากาศนับวันยิ่งเป็นกันมากขึ้น

โรคภูมิแพ้อากาศนับวันยิ่งเป็นกันมากขึ้น

ท่ามกลางความศิวิไลซ์ของโลกยุคปัจจุบัน มีมลพิษ และสิ่งตกค้างต่างๆ ทั้งบนบก ในน้ำ และอากาศที่คนเราหายใจเข้าไปทุกเมื่อเชื่อวัน ด้วยเหตุนี้จึงพบผู้ป่วย “โรคแพ้อากาศ” มากขึ้น ภูมิแพ้อากาศหรือทางการแพทย์เรียก “โรคโพรงจมูกอักเสบจากภูมิแพ้” มาจากภาษาอังกฤษ “Allergic Rhinitis” ซึ่งมีความหมายว่า การอักเสบของเยื่อบุโพรงจมูกจากการแพ้ เป็นโรคที่นับวันจะพบได้บ่อยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในสภาวะแวดล้อมที่มีสารก่อภูมิแพ้เป็นจำนวนมาก เช่น ฝุ่นละออง ควันจากท่อไอเสียรถยนต์ การใช้สารเคมีทางการเกษตรและมลพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม

จาม น้ำมูกใส คัดจมูก แต่ไม่มีไข้ตัวร้อน (อาการสำคัญของโรคแพ้อากาศ)
ภูมิแพ้อากาศ หรือโรคโพรงจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ เป็นโรคที่เกิดจากการตอบสนองของร่างกายต่อสารก่อภูมิแพ้มากกว่าปกติ หรือเมื่อร่างกายของเราสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้แล้วตอบสนองออกเป็นอาการของการแพ้มากเกินไป

คนที่ไม่ได้เป็นโรคภูมิแพ้จะมีการตอบสนองต่อสารก่อภูมิแพ้เช่นกัน แต่การตอบสนองของคนทั่วๆ ไปที่ไม่ได้เป็นโรคภูมิแพ้จะไม่มีการตอบสนองที่มากเกินไปเหมือนคนที่เป็นโรคภูมิแพ้ ในผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ เมื่อได้รับสารก่อภูมิแพ้เข้าทางโพรงจมูกแล้วมีการตอบสนองมากเกินไป ร่างกายจะแสดงออกด้วยอาการจาม น้ำมูกใส คัดจมูก และ/หรือคันจมูก ซึ่งบางคนอาจมีอาการคันตาร่วมด้วย แต่จะไม่มีอาการไข้ตัวร้อน เหมือนดั่งที่พบในโรคไข้หวัดหรือไข้หวัดใหญ่

โรคนี้มักเป็นกันมากตอนอากาศหรือฤดูกาลเปลี่ยนแปลง จึงเรียกกันสั้นๆ ว่า ภูมิแพ้อากาศ เพราะเมื่ออากาศเปลี่ยนแปลงก็เริ่มเป็นโรคนี้ขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้วขณะที่อากาศเปลี่ยนแปลงนั้นทำให้เกิดการฟุ้งกระจายสารก่อภูมิแพ้ และไปก่อโรคให้กับผู้ที่เคยเป็นโรคนี้ให้กลับมามีอาการอีกครั้งหนึ่ง

ติดต่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับภูมิแพ้ได้ที่ http://www.nakhunclinic.com

เป็นสิวที่เดิม ๆ ไม่หายสักที รับมืออย่างไร

เป็นสิวที่เดิม ๆ ไม่หายสักที จะรับมือด้วยวิธีไหนเพื่อไม่ให้สิวตัวการกลับมากวนใจอีก วันนี้มีคำตอบและวิธีรักษาสิวมาฝากกันแล้วค่ะ

เป็นสิวที่เดิม ๆ ไม่หายสักที รับมืออย่างไร

เป็นสิวที่เดิม ๆ ไม่หายสักที รับมืออย่างไร

ปัญหาหนึ่งของสาว ๆ ที่หลายคนมักจะปวดหัวกันบ่อย ๆ ก็คือ “สิว” ทั้งนี้ถ้าขึ้นมาแล้วหายไปสาว ๆ ก็คงไม่กังวลสักเท่าไร แต่ถ้าหากขึ้นแต่ที่เดิมซ้ำ ๆ เป็น 2-3 วันทีหาย แล้วอีกไม่นานก็กลับขึ้นมาใหม่ แบบนี้สาว ๆ คงจะรู้สึกไม่ดีแน่ ๆ ซึ่งสาเหตุของการเป็นสิวที่เดิมซ้ำ ๆ แบบนี้ ส่วนใหญ่สาเหตุมักจะมาจากการอุดตันของสิวซ้ำซ้อน เมื่อเป็นสิวแล้วหลายคนมักจะใช้ยาแต้มสิวให้มันยุบลงไป แต่ทั้งนี้ถึงแม้สิวจะยุบและหายก็จริง แต่ทว่าความจริงแล้วไขมันก็ยังคงอุดตันอยู่ที่เดิม ไม่ถูกขับออก จึงทำให้เวลามันอักเสบขึ้นมาจึงขึ้นอยู่แต่ที่เดิม ๆ นั่นเอง ทั้งนี้หากใครที่กำลังเจอกับปัญหานี้อยู่ มาหาวิธีรักษาสิวให้ตรงจุดและถูกวิธีกันดีกว่าค่ะ ซึ่งวันนี้ก็มีวิธีจัดการกับสิวมาบอกสาว ๆ กันด้วยล่ะ ไปดูกันเลย

กดสิวให้ถูกวิธี
เมื่อสิวอักเสบขึ้นมาแล้ว สาว ๆ จะต้องกดสิวให้ถูกวิธี เพราะถ้ากดหรือบีบสิวไม่ถูกวิธี เอาเฉพาะแต่หนองออกมา แต่หัวสิวไม่ออก ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สิวกลับขึ้นมาอักเสบที่เดิมอีกได้ ทั้งนี้การกดสิวที่ถูกวิธีก็คือ ก่อนกดสิวให้ประคบหัวสิวด้วยผ้าชุบน้ำอุ่น และใช้ที่กดสิวและเข็มเป็นตัวช่วย โดยก่อนกดสิวให้เช็ดอุปกรณ์ให้สะอาดด้วยแอลกอฮอล์ก่อน จากนั้นจึงค่อย ๆ เริ่มกดสิว โดยใช้เข็มสะกิดหัวสิวให้เปิดออกก่อน จากนั้นใช้ที่กดสิวเล็งให้หัวสิวอยู่บริเวณตรงกลางของห่วง ค่อย ๆ กดลงไปอย่างเบามือ เมื่อหัวสิวเริ่มออกมาแล้วให้ใช้เข็มสะกิดหัวสิวออกมาอีกที เสร็จแล้วให้ใช้สำลีชุบน้ำเกลือล้างแผลมาเช็ดทำความสะอาด สุดท้ายแต้มด้วยยาแต้มสิว เพียงเท่านี้ก็จะไม่มีสิวอุดตันกลับมาเป็นซ้ำแล้วค่ะ

ไปหาหมอฉีดสิว
สำหรับใครที่ใจไม่กล้าพอที่จะกดสิวด้วยตัวเอง หรือกลัวว่าหน้าจะเป็นแผลเป็นหรือรอยหลุมสิว อีกทางเลือกหนึ่งก็คือไปหาหมอสิวเพื่อให้ฉีดสิว และกดหัวสิวออกมา วิธีนี้จะช่วยให้สิวหายเร็วได้ค่ะ แต่ทั้งนี้ก็ไม่ควรที่จะฉีดสิวบ่อย ๆ โดยที่ไม่กดหัวสิวออกมา เพราะสิวอุดตันบริเวณนั้นมันอาจจะกลับมาอักเสบ และกลายเป็นสิวที่เดิมอีกครั้งได้

ล้างหน้าให้สะอาด
เมื่อสิวหายและยุบลงแล้ว ควรใส่ใจในเรื่องความสะอาดของใบหน้า โดยหมั่นล้างหน้าเป็นประจำ 1-2 ครั้งต่อวัน และจะต้องล้างหน้าให้สะอาดด้วยนะคะ เพราะไม่อย่างนั้นสิวอาจจะกลับมาขึ้นอักเสบอีกครั้ง และต้องปวดหัวกับการรักษาสิวอีกนาน ทางที่ดีควรล้างหน้าให้สะอาดอย่างสม่ำเสมอด้วยน้ำยาล้างหน้าสูตรอ่อนโยน เพื่อป้องกันไว้จะดีที่สุดค่ะ

หลีกเลี่ยงใช้เครื่องสำอางที่จะก่อให้เกิดการอุดตันของสิว
ทุกวันนี้มีเครื่องสำอางให้สาว ๆ ได้เลือกใช้มากมาย แต่ทั้งนี้การใช้เครื่องสำอางแต่ละชิ้นจะต้องคำนึงถึงเรื่องการอุดตันของรูขุมขนบนใบหน้าด้วย เพราะนั่นคือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสิวอักเสบได้ง่าย โดยวิธีการดูเครื่องสำอางนั้นก็ง่าย ๆ เลือกที่เป็นสูตร Oil-free ไว้ เพียงเท่านี้ก็มั่นใจในเบื้องต้นได้แล้วค่ะ

พักผ่อนให้เพียงพอ
ในแต่ละวันสาว ๆ ควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอ ทางที่ดีควรเข้านอนก่อน 4 ทุ่ม เพราะถ้าหากนอนไม่เพียงพอ บวกกับความเครียด ผิวก็จะกระตุ้นต่อมไขมันให้หลั่งไขมันออกมามากขึ้น ซึ่งจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดสิวอักเสบได้ง่ายนั่นเอง

เตือนใช้ยากลุ่มลดไขมันหวังลดน้ำหนักเสี่ยงอันตรายสูง

องค์การอาหารและยาได้เตื่อนให้ผู้ที่ใช้ยาลดไขมันหรือยาลดความอ้วนให้ระวังผลข้างเคียง ตั้งแต่ท้องผูก ท้องเสีย ปวดหัว ไปจนถึงระบบกล้ามเนื้อ ย้ำการใช้ลดน้ำหนักต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์เท่านั้น ห้ามซื้อใช้เองโดยเฉพาะจากอินเทอร์เน็ตที่ได้มีการกล่าวอ้างสรรพคุณจนเกินจริง หรือบางรายก็ไม่ได้บอกถึงผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะโยโย่ สิว ความแปรปรวนทางอารมณ์และอื่นๆอีกมากมาย

ความนิยมในการรับประทานยากลุ่มลดไขมันเพื่อใช้ในการลดน้ำหนัก ทั้งที่เป็นยาสำหรับผู้ป่วยโรคไขมันในเส้นเลือดสูง โรคหลอดเลือดหัวใจและหลอดเลือดสมอง ว่า การรับประทานยาโดยไม่ได้อยู่ในความควบคุมของแพทย์ และใช้โดยที่ไม่มีข้อบ่งชี้ของโรค เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องและอาจทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ยาเอง ซึ่งการใช้ยาลดไขมันเพื่อลดความอ้วนจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ เพราะยาแต่ละตัวมีความสามารถในการตอบสนองได้ไม่เท่ากัน และจำเป็นต้องติดตามดูผลของการใช้ยาด้วย หากมีผลข้างเคียงก็จะต้องปรับการใช้ยา อย่างกลุ่มยาลดไขมันเป็นยาสำหรับผู้ป่วยที่มีปริมาณไขมันในเลือดสูง จนทำให้เกิดความเข้าใจผิด และเชื่อว่าสามารถขับไขมันและลดน้ำหนักได้ ทั้งที่ไม่มีข้อพิสูจน์ทางการแพทย์แต่อย่างใด ที่สำคัญพบว่ามีผลข้างเคียงเล็กน้อยด้วย เช่น ท้องผูก ท้องเสีย มึนงง ปวดหัว จุกเสียดแน่นท้อง เป็นต้น รวมถึงอาจจะทำให้เกิดอาการเกี่ยวกับระบบกล้ามเนื้อได้อีกด้วย

ระดับอาการของผลข้างเคียงจะขึ้นอยู่กับปริมาณในการใช้ยา หากรับประทานยาโดยไม่ได้อยู่ในความควบคุมของแพทย์ อาจมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียงต่อสุขภาพได้ นอกจากนี้ หากผู้ที่ใช้ยาที่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคเกี่ยวกับระบบตับ ก็อาจทำให้เกิดผลกระทบต่ออาการของโรคได้ด้วย ทั้งนี้ การใช้ยาลดความอ้วนอย่างถูกต้องจำเป็นต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์ หรือเภสัชกรจะใช้ยาลดไขมัน ยาลดความอ้วน เพื่อลดความเสี่ยงที่ไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาขึ้น จึงไม่ควรนำยามาใช้ในทางที่ผิดวัตถุประสงค์

ปัจจุบันยาลดไขมันกลุ่มดังกล่าวเป็นที่นิยมมากขึ้นในการใช้ลดความอ้วน ซึ่งการโฆษณาขายในอินเทอร์เน็ตถือเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายอยู่แล้ว โดยเฉพาะการโฆษณาว่าสามารถขับไขมันและสามารถลดน้ำหนัก ไม่ว่าจะเป็นยาที่มีสิทธิบัตรหรือไม่มีสิทธิบัตร ก็ต้องขายในร้านขายยาหรือสถานพยาบาลที่ถูกต้องตามกฎหมายหรือ มีการนำเข้าอย่างถูกกฎหมาย เพราะการจำหน่ายทางอินเทอร์เน็ตผู้บริโภคจะไม่ทราบแหล่งที่มาของยาลดไขมันชนิดนั้นๆ อาจจะเป็นการลักลอบนำเข้าอย่างผิดกฎหมาย ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพตามกระบวนการ อาจจะมีตัวยาอื่นที่เป็นอันตราย หรือไม่ได้มาตรฐานซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ